:::

“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” เปลี่ยนหนึ่งพันให้กลายเป็นสามพัน

ฉลาก
ที่ตั้ง臺灣
แหล่งข้อมูล行政院
“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” เปลี่ยนหนึ่งพันให้กลายเป็นสามพัน
“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” เปลี่ยนหนึ่งพันให้กลายเป็นสามพัน
ตี : 9
วันที่ : 2020/6/12
อัปเดต : 2020/6/12 上午 09:22:00

นายซู เจินชัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริหาร พร้อมด้วยคณะรัฐมาตรีกระทรวงต่างๆร่วมกันเปิดงานแถลงข่าว “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ในวัน(ที่2)ที่ผ่านมา โดยได้เปิดโครงการ “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน รัฐมนตรีกล่าวว่าผลการป้องกันโรคระบาดของไต้หวันได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก โครงการช่วยเหลือต่างๆก็มีประชาชนได้รับประโยชน์แล้วกว่า 10 ล้านคน ทั้งนี้ จากการที่สถานการณ์ของโรคในไต้หวันมีแนวโน้มลดลง รัฐบาลจึงจะหันมาใช้มาตรการ “ตรวจเข้มตามชายแดนระหว่างประเทศ คลายล็อคในประเทศ” โดยในวันที่ 7 มิถุนายน(2020)นี้ก็จะคลายล็อคภายในประเทศโดยการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วย“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า”ที่จะทำให้เงิน “หนึ่งพันให้กลายเป็นสามพัน”! ประชาชนทั่วประเทศสามารถรับ“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” ที่รับง่าย ใช้ง่าย ขับเคลื่อนง่าย ในขณะเดียวกันก็อบอุ่นใจผู้รับมากที่สุด! รัฐมนตรีหวังว่าไต้หวันจะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ก้าวผ่านวิกฤติโรคร้าย จนกลายเป็นสถานที่แห่งความสุขให้จงได้

รัฐมนตรีซูชี้ว่า ในด้านการช่วยเหลือประชาชนได้ใช้วิธี “แจกเงินสด” “ช่วยเงินกู้” “ลดภาระ” ทั้งสิ้น 3 ด้าน และภายหลังจากเปิดตัวโครงการนี้กว่า 1 เดือน มีผู้ขอรับเงินช่วยเหลือจำนวน 1 หมื่นดอลล่าร์ไต้หวันแล้วกว่า 2.3 แสนราย รวมเป็นจำนวนเงิน 3,100 ล้านดอลล่าร์ไต้หวัน ในด้าน“แจกเงินสด” ก็ได้แจกเงินสดมาแล้วกว่า 7 หมื่นล้านดอลล่าร์ไต้หวัน ซึ่งช่วยเหลือประชาชนมาแล้วกว่า 3.8ล้านราย ผู้ประกอบการกว่า 3 หมื่นรายไม่ให้ปิดกิจการ และแรงงาน 3.4 แสนรายไม่ให้ตกงาน ส่วนด้าน “ช่วยเงินกู้” ขณะนี้ได้อนุมัติวงเงินกู้กว่า 7.6 แสนล้านดอลล่าร์ไต้หวันเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกิจการกว่า 7 แสนราย

รัฐมนตรีซูชี้เพิ่มเติมว่า ในด้าน “ลดภาระ” มีมาตรการลดค่าน้ำไฟ ก๊าซหุงต้ม ค่าเช่า ภาษี ดอกเบี้ย เป็นต้น ช่วยลดภาระให้ประชาชนและครอบครัวกว่า 5 ล้านราย ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นโยบายต่างๆเหล่านี้ช่วยเหลือประชาชนแล้วทั้งสิ้นราว 10 ล้านราย ทั้งนี้ รัฐมนตรีขอขอบคุณประชาชนทุกคน ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และสื่อทุกแขนงที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการช่วยเหลือต่างๆให้ประชาชนเข้าใจ ด้วยสถานการณ์ของโรคที่มีแนวโน้มคงที่ นโยบายช่วยเหลือต่างๆก็เริ่มเห็นผล คาดการณ์ว่าวันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไปก็จะเริ่มใช้นโยบาย“ตรวจเข้มตามชายแดนระหว่างประเทศ คลายล็อคในประเทศ”ได้

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีซูก็ได้ประกาศโครงการ“ตรวจเข้มตามชายแดนระหว่างประเทศ คลายล็อคในประเทศ” พร้อมนำตัวอย่างคูปองสามเท่าให้ประชาชนได้ดูกัน รัฐมนตรีซูย้ำว่าตลอดช่วงระยะเวลานี้ รัฐบาลได้วางแผนเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจโดยออก“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า”โดยประชาชนไม่เพียงแต่จะมีเงินใช้ทันที และยังต้องใช้ให้หมดด้วย เพราะหากใช้ไม่หมดภายในสิ้นปี คูปองก็จะหมดอายุ ดังนั้น คูปองนี้ไม่เพียงแต่เป็นคูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ยังเป็น“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า”

รัฐมนตรีซูชี้ว่า รัฐบาลได้ยึดมาตรการ “สามดี” “หนึ่งอบอุ่น” ให้“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” รับง่าย ใช้ง่าย ขับเคลื่อนง่าย ในขณะเดียวกันก็อบอุ่นใจผู้รับมากที่สุด! โดยประชาชนไต้หวันทั้งสิ้น 23 ล้านคนตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึงผู้สูงอายุต่างก็สามารถรับได้ ทั้งยังมีคู่สมรสที่มีสิทธิ์พำนักถาวรกว่า 1.5 แสนคนก็สามารถรับได้ด้วยเช่นกัน สามารถรับคูปองได้ผ่านไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อ บัตรเครดิต บัตรอิเล็กทรอนิกส์และชำระออนไลน์เป็นต้นตามวิธีที่ต้องการ ใช้ได้ทั้งซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ท่องเที่ยว ความบันเทิง และช้อปปิ้ง แต่ไม่สามารถนำไปซื้อหุ้นและวอยเชอร์ต่างๆได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์เดิมของโครงการ ส่วน “ขับเคลื่อนง่าย” รัฐมนตรีเผยว่าก่อนที่จะมี “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” ก็ได้เชิญชวนผู้ประกอบการให้เพิ่มโปรโมชั่นเพื่อหาลูกค้าเพิ่มเติม ให้คูปอง 3พันมีมูลค่าสูงและมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ล้อกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

รัฐมนตรีซูได้อธิบายเพิ่มเติมในเรื่องอบอุ่นที่สุดของ“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า”ว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือโดยโอนเงิน 1 พันดอลล่าร์ไต้หวันเข้าไปที่ผู้มีรายได้น้อยกลางต่ำและผู้ด้อยโอกาสทั้งสิ้น 1.2 ล้านราย ให้พวกเขาได้แลกเอา “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” มาใช้

รัฐมนตรีซูเผยว่า “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” จะเปิดให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เดือน(กรกฎาคม)หน้า เมื่อร้านค้าหรือแผงลอยได้รับแล้วก็สามารถนำไปขึ้นเงินได้ที่ธนาคาร โดยสามารถขึ้นเงินได้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมปีหน้า(2021) สามารถนำมาซื้อสิ่งของได้ไม่จำกัดชนิด รวมถึงวัตถุดิบในการประกอบกิจการ เป็นต้น

รัฐมนตรีซูย้ำว่า รัฐบาลได้วางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการออก “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” หวังว่าไต้หวันไม่เพียงแต่จะได้รับคำชมในด้านการป้องกันโรค ยังสามารถช่วยให้ประชาชนก้าวออกจากโรคร้าย เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส จนกลายเป็นสถานที่แห่งความสุขให้จงได้

นายถัง ฟ่ง คณะกรรมการกระทรวงบริหารเผยว่า วิธีการรับ “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” มีวิธีหลักๆทั้งสิ้น 2 วิธีคือแบบดิจิตอลและแบบกระดาษ โดย“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” แบบดิจิตอลมีทั้งสิ้นสามแบบคือ เครดิตการ์ด บัตรอิเล็กทรอนิกส์และชำระผ่านออนไลน์ ยกตัวอย่างบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรโยโย๋ บัตรไอพาสเป็นต้น ชำระผ่านออนไลน์เป็นการชำระผ่านมือถือ เมื่อประชาชนผูกกับระบบแล้ว ก็สามารถใช้เงินได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไป เมื่อใช้ครบ 3,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน ผู้ประกอบการจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านข้อความ APP เป็นต้น ส่วนบัตรอิเล็กทรอนิกส์สามารถแตะบัตรเพื่อตรวจสอบว่าใช้ครบยอดที่กำหนดแล้วหรือยังที่ร้านสะดวกซื้อ ในส่วนของเงินคืน ยกตัวอย่างบัตรเครดิต เมื่อใช้จ่ายสะสมครบ 3,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน ก็จะหักออกจากใบแจ้งหนี้ 2,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน หากการชำระผ่านออนไลน์เป็นการผูกกับบัญชีธนาคาร ก็จะโอนเงินเข้า 2,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน นอกจากนี้ รัฐบาลก็กำลังประเมินผลว่าจะให้ประชาชนสามารถเบิกเงินสด 2,000 ดอลล่าร์ไต้หวันผ่าน ATMได้ หากประชาชนผูกเข้ากับระบบแล้วพบว่ามีตัวเลือกที่ดีกว่า ก็สามารถยกเลิกการผูกวิธีที่เลือกไว้ แต่ยอดเงินที่ใช้จ่ายสะสมเดิมก็จะถูกยกเลิกและต้องเริ่มคำนวณใหม่ ขอให้ประชาชนเลือกใช้ 1 วิธีตามวิธีการข้างต้น และเลือกรับ“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” ด้วยวิธีที่ตนเองสะดวกที่สุด

นาย เสิ่น หยงจิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป สามารถผูกกับระบบด้วยวิธีดิจิตอลหรือยื่นขอรับคูปองกระดาษล่วงหน้า และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ ส่วน“คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า”ในรูปแบบกระดาษ จะใช้วิธีเดียวกับ “วิธีลงทะเบียนซื้อหน้ากากอนามัย” โดยให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านร้านสะดวกซื้อ หรือเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไปสามารถหาซื้อได้ที่ไปรษณีย์ ในด้านการขึ้นเงินของร้านค้า ร้านค้าที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสามารถขึ้นเงินได้ที่ไปรษณีย์และธนาคาร ส่วนร้านค้าที่ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็จะต้องมอบหมายให้กลุ่มร้านค้า คณะกรรมการตลาดกลางคืน คณะทำงานที่ตั้งขึ้นเองเป็นต้นขึ้นเงินที่ไปรษณีย์ ธนาคาร เมื่อโอนเข้าบัญชีแล้วจึงแจกจ่ายให้ผู้ประกอบการร้านค้า “คูปองขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามเท่า” นอกจากจะทำให้เงิน “หนึ่งพันกลายเป็นสามพัน” แล้ว แพลตฟอร์มและผู้ประกอบการร้านค้าก็ยินดีที่จะตอบรับนโยบายของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านดอลล่าร์ไต้หวัน

Was this information helpful? Yes    No