:::

เปรียบเทียบการลงทะเบียนซื้อหน้ากากอนามัย 1.0. 2.0. 3.0. เพื่อความชัดเจนลดความสับสน

ฉลาก
ที่ตั้ง臺灣
แหล่งข้อมูล衛生福利部中央健康保險署
ตี : 5
วันที่ : 2020/5/18
อัปเดต : 2020/5/18 上午 11:26:00

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงได้ปรับปรุงวิธีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทะเบียนซื้อหน้ากากอนามัย 3.0 ที่ให้ประชาชนสามารถรับและจองหน้ากากอนามัยผ่านร้านสะดวกซื้อในคราวเดียวจึงมีความง่ายดายมากยิ่งขึ้น สำนักงานประกันสุขภาพแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน(พฤหัส)เป็นต้นไป ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั้งสี่จะเริ่มเปิดให้ “ซื้อซ้ำ” ได้ โดยประชาชนที่ลงทะเบียนซื้อในรอบที่ 5 (วันที่15-17 เมษายน) และรอบที่ 6 (วันที่ 22-24 เมษายน) สามารถนำบัตรประกันสุขภาพไปยังร้านสะดวกซื้อเพื่อจองและชำระเงินสำหรับหน้ากากอนามัยในรอบที่ 7 ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม(วันอาทิตย์)

สำนักงานประกันสุขภาพเผยว่า วันลงทะเบียนจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธในสัปดาห์แรกของรอบที่ 7 และให้ชำระเงินพร้อมจองภายใน 3 วันนี้ ส่วนการรับสินค้าจะให้รับภายใน 14 วันนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สอง ยกตัวอย่าง วันที่ 4 (วันจันทร์) ถึงวันที่ 6 (วันพุธ) พฤษภาคม เปิดให้ลงทะเบียนจองและชำระเงิน ประชาชนที่เข้าร่วมการจองในรอบที่ 5 หรือ 6 ต่างก็เข้าร่วมได้ ส่วนวันที่รับสินค้าของรอบที่ 7 จะอยู่ระหว่างวันที่ 11(วันจันทร์) ถึงวันที่ 24 (วันอาทิตย์) พฤษภาคม ประชาชนสามารถรับสินค้าพร้อมของและชำระเงินสำหรับรอบถัดไปได้ทันที

เพื่อแก้ไขปัญหาคนทำงานและนักเรียนที่ไม่มีเวลาเข้าคิวซื้อหน้ากากอนามัย ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นไปจะเริ่มมาตรการลงทะเบียนหน้ากากอนามัย 2.0 เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนจองผ่านเว็บไซต์ eMask หรือ APP ของสำนักงานสุขภาพ และรับสินค้าได้ที่ 7-11 แฟมิลี่มาร์ท ไฮไลฟ์ โอเค พีเอ็กซ์มาร์ท และซิมเพิลมาร์ท เพื่อนำเสนอช่องทางในการหาซื้อที่หลากหลาย และลดภาระของร้านยาและสถานีอนามัย ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายาก็ได้ร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อทั้งสี่ในการเริ่มใช้เครื่องอ่านบัตรประกันสุขภาพเพื่อซื้อหน้ากากอนามัย ในวันที่ 30 เมษายนก็ได้เพิ่มการสั่งซื้อต่อเนื่องผ่านร้านสะดวกซื้อได้ ให้สามารถรับ ซื้อซ้ำ และชำระเงินได้ในคราวเดียว ให้ประชาชนสามารถเลือกช่องทางการสั่งซื้อตามความสะดวก สำนักงานประกันสุขภาพจึงได้จัดทำวิธีการสั่งซื้อ เวลา และประเภทการสั่งซื้อให้ประชาชนได้อ่านและปฏิบัติตามได้.

สำนักงานประกันสุขภาพชี้ว่า ตั้งแต่เริ่มมาตรการลงทะเบียนสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจนถึงวันที่ 29 เมษายน มีผู้ซื้อหน้ากากอนามัยแล้วถึง 20,410,000 คน โดยมีประชากร 20% (ราว3.99ล้านคน)ที่เคยซื้อหน้ากากอนามัยผ่านอินเตอร์เน็ตและร้านค้า ประชากร7% (ราว1.45ล้านคน)ที่สั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต(รวมร้านสะดวกซื้อ)เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ส่วนประชากรอีก 73% (ราว14.96ล้านคน) ที่ซื้อหน้ากากอนามัยผ่านร้านยาหรือสถานีอนามัยเท่านั้น สำนักงานประกันสุขภาพเปิดเผยว่า หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันโรคสำหรับประชาชน รัฐบาลจะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและรับฟังความเห็นประชาชนเพื่อนำไปปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ขอให้ทุกคนใช้หน้ากากอนามัยอย่างรู้คุณค่า ร่วมกันต้านโรคจากรอบด้าน.

Was this information helpful? Yes    No