:::

【หัวข้อป้องกันการหลอกลวง】ระวัง!!ใจเย็นสักนิด ลดเหตุหลอกลวง ป้องกันการหลอกลวงคุณกับฉันมาร่วมกัน

ฉลาก
ที่ตั้งTaiwan
แหล่งข้อมูล內政部移民署
【หัวข้อป้องกันการหลอกลวง】ระวัง!!ใจเย็นสักนิด ลดเหตุหลอกลวง ป้องกันการหลอกลวงคุณกับฉันมาร่วมกัน
【หัวข้อป้องกันการหลอกลวง】ระวัง!!ใจเย็นสักนิด ลดเหตุหลอกลวง ป้องกันการหลอกลวงคุณกับฉันมาร่วมกัน
ตี : 9
วันที่ : 2019/11/22
อัปเดต : 2019/12/2 下午 05:55:00

ปัจจุบันพวกมิจฉาชีพหลอกลวงมีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง วิธีและกลอุบายที่ใช้หลอกลวงมีลูกเล่นแพรวพราวมากมาย โดยใช้จุดอ่อนของคน โทรศัพท์เพียงสายเดียวก็หลอกผู้พำนักใหม่,แรงงานต่างชาติ และประชาชนทั่วไปจนหัวหมุนไปหมด ต้องรีบวิ่งไปตู้เอทีเอ็มโอนเงินที่หามาด้วยความลำบาก นอกจากนี้ หลายปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หรือแม้แต่ผู้พำนักใหม่ยังเข้าร่วมในขบวนการหลอกลวงนี้ด้วย “บ้านเดียวกันในไต้หวัน”ดึงเป้าหมายที่จะหลอกลวงเข้ามาให้ใกล้ชิด พูดภาษาแม่ทำให้เป้าหมายไม่ทันระวังตัว อัตราผู้พำนักใหม่และแรงงานข้ามชาติที่ถูกหลอกจึงเพิ่มสูงขึ้น

*ดูตัวอย่าง ป้องกันการหลอกลวง:

1.จีนเสริมการต่อต้านเหตุหลอกลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจกังวัลอาเซียนจะกลายเป็น“แหล่งหลอกลวง”แหล่งใหม่
เพื่อปรับตัวปัญหาทางภาษา ขบวนการหลอกลวงรับสมัครชาวอาเซียนที่อยู่ในไต้หวันเป็นผู้ช่วย เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ในเมืองไทจงและเมืองเหมียวลี่สำนักงานสืบสวนเข้าตรวจค้นที่ทำการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทย ตรวจค้นและจำกุมคนไทย18คน คนไต้หวัน7คน เดือนเมษายนปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่ทำการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขตจื่อกวนเมืองเกาสง เหยื่อเป็นชาวมาเลเซีย จับกุมตัวผู้กระทำผิดสัญชาติมาเลเซียได้ที่สนามบินนานาชาติเถาหยวน
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า ในประเทศจีนแต่ละมณฑลได้จัดตั้ง“ศูนย์อาชญากรรมเครือข่ายฉ้อโกงทางโทรคมนาคม”คล้ายกับแพลตฟอร์มต่อต้านการหลอกลวง165ของไต้หวัน ควบคุมการตรึงบัญชีธนาคารตามหัวข้อการฉ้อโกง มณฑลส่วนใหญ่จะติดป้ายตรงหน้าประตูบ้านของผู้กระทำผิดว่า“ครัวเรือนคดีฉ้อโกง”ไม่เพียงแต่จะยกเลิกเงินช่วยเหลือทางสวัสดิการสังคมแล้ว ดำเนินการไปถึงการรื้อบ้าน การกระทำที่เด็ดขาดของทางรัฐบาล ทำให้ประชาชนตื่นตัวไม่ถูกหลอกลวงง่าย
ตรงกันข้ามกับประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ การต่อต้านแก๊งหลอกลวงของรัฐบาลค่อนข้างเบากว่า ประชาชนไม่เข้าใจการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมจึงถูกหลอกได้ง่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้ว่า เป็นเพราะแรงงานหลบหนีมีค่าจ้างถูก เข้าร่วมกับแก๊งหลอกลวง“มีกินมีอยู่”ยังมีเงินเดือนให้อีก ทำรายได้พอแล้วก็เดินทางกลับประเทศ แก๊งหลอกลวงไม่กลัวว่าจะหาคนไม่ได้ และสัดส่วนของผู้พำนักใหม่มีเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนไม่น้อยที่เกิดในครอบครัวด้อยโอกาสฐานะไม่ดี จึงกลายเป็นเป้าหมายที่จะถูกชักชวนมาร่วมขบวนการ
(เว็บไซต์ข่าวเหลียนเหอ)

2.แก๊งหลอกลวงร้ายกาจ ผู้พำนักใหม่ชาวเวียดนามก็โดนหลอก
สตรีสัญชาติเวียดนามคุณหล๋วนซื่อ(38ปี) วันที่22เดือนนี้แก๊งมิจฉาชีพได้โทรศัพท์หลอกว่าเป็นพนักงานอัยการ บอกบัญชีธนาคารของเธอถูกคนนำไปใช้ และในโทรศัพท์รู้ว่าคุณหล๋วนมีเงินฝากในสมาคมเกษตรเหอผิ่งชวีหน๋งฮุ่ยจำนวน610,000ดอลลาร์ไต้หวัน ขอให้เธอนำเงินฝากมอบให้กับพนักงานอัยการดูแล คุณหล๋วนไม่ติดใจสงสัย มิจฉาชีพที่ปลอมเป็นพนักงานอัยการจึงนัดให้มาเบิกเงินที่สมาคมเกษตรตงซื่อชวีหน๋งฮุ่ยแล้วนำเงินที่เบิกมอบให้กับพนักงานอัยการดูแล สุดท้ายเนื่องจากบัญชีเงินฝากสมาคมเกษตรเหอผิ่งชวีหน๋งฮุ่ยไม่สามารถเบิกเงินจากสมาคมเกษตรตงซื่อชวีหน๋งฮุ่ยได้จึงล้มเลิกไป คุณหล๋วนนำสมุดเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม ตราประทับและหมายเลขรหัสให้มิจฉาชีพไป และได้รับเอกสารราชการปลอมมาหนึ่งชุด จากนั้นจึงกลับบ้าน แต่คุณหล๋วนจำหมายเลขรหัสผิด มิจฉาชีพจึงเบิกเงินได้ไม่สำเร็จ ระหว่างทางจึงโทรศัพท์หาคุณหล๋วนตลอดเวลา คุณหล๋วนคิดน่าจะมีอะไรผิดปรกติ ระหว่างทางเห็นสถานีตำรวจจู่หลินเขตเหอผิง จึงจอดรถหน้าสถานีตำรวจแล้วโทรศัพท์หามิจฉาชีพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรหลี่เผิ่งเหวินเห็นว่าคุณหล๋วนจอดรถตรงหน้าสถานีตำรวจนานมาก รู้สึกผิดปรกติ จึงรีบเข้าไปสอบถาม ได้ยินคุณหล๋วนพูดโทรศัทพ์ถึงหมายเลขรหัสบัญชีเงินฝากไม่หยุด จึงรู้ว่าคุณหล๋วนเจอคนต้มตุ๋นแล้ว รีบเป็นเพื่อนคุณหล๋วนไปที่สมาคมเกษตรเหอผิ่งชวีหน๋งฮุ่ยเพื่อระงับการจ่ายเงิน ยังดีที่เงินในบัญชีจำนวน610,000ดอลลาร์ไต้หวันยังไม่ถูกเบิกออกไป รักษาเงินจำนวนนี้ได้สำเร็จ

3.เลือกต้มตุ๋นเฉพาะคนบ้านเดียวกัน!สามีภรรยาชาวอินโดแกล้งทำเป็นห่วงใย หลอกเอาค่านายหน้า600,000ดอลลาร์ไต้หวัน
สตรีสัญชาติอินโดนีเซียแต่งงานมาไต้หวัน20ปีก่อน ปัจจุบันมีบุตรชายหญิง3คนกับสามีชาวไต้หวัน ทั้งคู่ทำร้านอาหารอยู่ที่อำเภอยวี่หลี่ คุณหลิวรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมของไต้หวันดีมาก จึงอยากช่วยเหลือญาติและเพื่อน2คนให้มาทำงานที่ไต้หวัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
วันก่อนมีคู่สามีภรรยาชาวอินโดนีเซียYANTOกับMARYจากเมืองเถาหยวนมาเที่ยวที่อำเภอยวี่หลี่ มารับประทานอาหารที่ร้านของคุณหลิว โดยใช้ภาษาอินโดบอกกับคุณหลิวว่า สามารถช่วยเป็นนายหน้าช่วยเหลือญาติและเพื่อนมาทำงานที่ไต้หวัน คุณหลิวพบคนบ้านเดียวกันรู้สึกสนิทสนม ไม่ระแวงสงสัยว่าจะถูกหลอก เอาเงินออกมาจำนวนหนึ่งส่งให้MARYช่วยเป็นธุระเรื่องมาไต้หวันของญาติและเพื่อน
คิดไม่ถึง คู่สามีภรรยาคนบ้านเดียวกันยกข้ออ้างต่างๆนาๆ ทั้งก่อนหน้าและหลังหลอกเอาเงินจากคุณหลิวไปรวมเกือบ600,000ดอลลาร์ไต้หวัน แต่กลับไม่เห็นญาติและเพื่อนของคุณหลิวมาไต้หวัน
สถานีตำรวจยวี่หลินแถลงว่า คุณหลิวรู้สึกผิดปรกติ แต่2คนยังคงละโมบ ใช้ข้ออ้างอีกครั้งว่าบัญชีที่ญาติและเพื่อนมาไต้หวันต้องมีชื่อเงินฝาก แต่กลับหลอกเอาเงิน 350,000 ดอลลาร์ไต้หวัน สองฝ่ายนัดมอบเงินกันที่สวนสาธารณะหลังสถานีรถไฟฮัวเหลียน คุณหลิวรีบแจ้งความขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือ สถานีตำรวจยวี่หลี่ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซุ่มจับรวบตัวมิจฉาชีพMARYได้ในบริเวณที่เกิดเหตุ และตรวจค้นพบเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกกฎหมายรวมวัตถุหลักฐานเป็นเงินจำนวน 51,500 ดอลลาร์ไต้หวัน สร้อยคอทองคำ แหวน มือถือและบัตรเอทีเอ็ม (เว็บไซต์ข่าวสถานีโทรทัศน์ซานลี่)

*การป้องกันและวิธีการฉ้อโกงที่พบเห็นกันทั่วไป:สำนักกิจการยุติธรรมรัฐบาลกรุงไทเป

1.การฉ้อโกงจากการซื้อสินค้าออนไลน์:
(1) วิธีการฉ้อโกง:
ผู้โดนโกงเคยซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ขายสินค้าหรือเว็บไซต์ประมูลเพื่อซื้อสินค้ามาก่อน แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ได้รับโทรศัพท์จาก“ผู้ขาย”หรือ“เจ้าหน้าที่จากเว็บไซต์”บอกว่า“เนื่องจากข้อผิดพลาดในการเข้าระบบ”จะทำให้บัญชีของ“ผู้ซื้อ”มีการหักเงินอัตโนมัติทุกเดือน เพื่อหลีกเลี่ยง“ผู้ซื้อ”ที่จะสูญเสียเงิน จำเป็นต้องเข้าไปทำระบบที่“เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ”ใหม่อีกครั้ง จึงจะกลับเข้าสู่การติดตั้งเดิม“ผู้ซื้อ”เชื่อคำพูดเหล่านี้ เนื่องจากกลัวว่าจะสูญเสียเงิน และไม่รู้ว่าจะทำระบบจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติอย่างไร มือข้างหนึ่งฟังโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ มืออีกข้างกดปุ่มไป เริ่มจาก“ใช้ภาษาอังกฤษดำเนินการ”ป้อนคำที่เรียกว่ารหัส รหัสตัวนี้แท้จริงแล้วคือ“จำนวนเงินที่โอน”กับ“บัญชีของมิจฉาชีพ”จนกระทั่งโอนเงินสำเร็จ เงินฝากในบัญชีก็จะถูกโอนไปจนหมดแล้ว ถึงพบว่าถูกหลอก
(2) วิธีการป้องกัน:
1.ตรวจสอบให้เป็นนิสัย อย่าเชื่อฟังคำสั่งจากโทรศัพท์ที่ไม่รู้ที่มา
2.เครื่องถอนเงินอัตโนมัติไม่มีฟังก์ชั่นยกเลิกการหักเงินสัญญา อย่าทำตามโทรศัพท์ที่ใช้ให้ไปทำที่เครื่องถอนเงินอัตโนมัติโดยเด็ดขาด
3.โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาอย่าไปเชื่อถือ ขอให้รีบวางโทรศัพท์แล้วโทรสอบถามศูนย์บริการของธนาคาร หรือโทรสอบถามที่สายด่วน165 อย่าเชื่อฟังโทรศัพท์ที่โทรเข้ามา
4.หมายเลขโทรศัพท์ที่เริ่มต้นด้วย0200、0800、0900、0204ส่วนใหญ่เป็นหมายเลขเทียม ฟังได้เท่านั้น แต่โทรออกไม่ได้ จะไม่แสดงหมายเลขโทรศัพท์บนมือถือของเหยื่อ

2. ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ตุลาการ :
(1) วิธีการหลอกลวง:
ขบวนการมิจฉาชีพจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรศัพท์แจ้งให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อว่า เนื่องจากการสอบสวนพบว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถูกมิจฉาชีพนำชื่อไปใช้เปิดบัญชี พัวพันกับการฟอกเงิน คดีถูกส่งไปที่สำนักงานอัยการแล้ว สักครู่ก็จะโอนสายให้กับพนักงานอัยการตัวปลอมว่า เคยแจ้งให้มาขึ้นศาล แต่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่มาให้การ ตอนนี้ต้องหาจำนวนเงินที่ไหลเวียนในบัญชี ซึ่งต้องมอบเงินฝากให้ศาลดูแลหรือโอนไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพให้รับจ้างเปิดบัญชี แต่กลับโกหกว่าเป็นบัญชีเพื่อความมั่นคงของประเทศ และยังบอกกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออีกว่าเมื่อคดีได้รับการชี้แจงแล้วจะคืนเงินให้ แต่เป็นการหลอกเพื่อเอาเงินจากเหยื่อ
(2) วิธีการป้องกัน:
1.หน่วยงานตุลาการหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาทำคดี จะไม่รับเงินจากประชาชน และจะไม่ขอให้โอนเงิน
2.หน่วยงานตุลาการหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่เก็บหรือดูแลบัญชีธนาคารของประชาชน
3.ศาลจะไม่ใช้วิธีการส่งแฟกซ์ แต่จะส่งหนังสือแจ้งให้กับประชาชน ซึ่งแน่นอนจะส่งโดยจดหมายลงทะเบียนไปให้

3. หลอกลวงค้าบริการทางเพศปลอมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต︰
(1) วิธีการหลอกลวง:
ขบวนการมิจฉาชีพจะใช้“การค้าบริการทางเพศ”และผสมผสานเข้ากับจิตใจที่“อายจะบอกคนอื่น”วิธีการหลอกลวงมีแนวโน้มเป็น“การข่มขู่”วิธีการข่มขู่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อดังเช่นข้ออ้าง“หานักเลงมาช่วยจัดการ” “คอมพิวเตอร์เสีย”เป็นต้น หลอกให้ไปกดเงินที่เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ และใช้“การดำเนินการผิดผลาด”เป็นเหตุผลใช้โทรศัพท์มารบกวน ข่มขู่ผู้ที่ถูกหลอก แม้แต่ใช้ชื่อสถาบันการเงินแห่งชาติมาหลอกดำเนินการ“ตั้งค่าความปลอดภัยบัญชี”เงินของผู้ตกเป็นเหยื่อก็จะถูกเบิกออกไปจนหมด
(2) วิธีการป้องกัน:
1.การคบเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตต้องระมัดระวัง ทางที่ดีอย่าบอกข้อมูลที่อยู่ โรงเรียน บริษัท โทรศัพท์บ้านและอื่นๆ ป้องกันมิจฉาชีพนำมาข่มขู่ได้
2. ATM(เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ)กลายเป็นเครื่องมือหลอกลวงที่ดีของพวกมิจฉาชีพ อย่าทำตามโทรศัพท์ที่ไม่รู้จักที่มาที่ใช้ให้ไปกดเงิน
3.เมื่อพบว่ากดATM แล้วเงินฝากโดนโอนเงินไป ให้รีบแจ้งความทันที มีเพียงการแจ้งความ ถึงจะสิ้นสุดการข่มขู่จากพวกมิจฉาชีพ

4.การหลอกลวงให้ลงทุนทางห้องสนทนาอินเทอร์เน็ต
(1) วิธีการหลอกลวง :
อันดับแรกจะหาเหยื่อทางห้องสนทนาอินเทอร์เน็ต ถึงค่อยแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้จัดการบริษัทการลงทุนต่างประเทศใช้โอกาสสนทนากับเหยื่อ รู้จักกันเป็นเวลาเดือนครึ่งถึงครึ่งปี เป้าหมายหลักคือสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกันขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกันมีไม่น้อยที่ใช้ความสัมพันธ์เช่นแฟนหรือใช้การเขียนตอบกันอย่างเช่นเป็นสามีภรรยากัน มิจฉาชีพสบโอกาสแล้วจะใช้กลอุบาย“ลงทุนก้อนหนึ่งได้กลับมาหลายก้อน”อ้างว่าลงทุนเพียง 200,000 ได้รายได้ถึง30 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ขณะเดียวกันจะตั้งหน้าเว็บไซต์บริษัทลงทุนต่างประเทศปลอมขึ้นมาเพื่อให้เหยื่อเชื่อถือ แล้วค่อยๆหลอกเอาเงินชำระค่าธรรมเนียมจัดการ เงินประกัน เงินกองทุนสำรอง ค่าธรรมเนียมดูแลบัญชี เป็นต้น จนกระทั่งจำนวนเงินลงทุนเดิมแสดงไม่ชัดเจนแล้ว เหยื่อจึงได้ถามคนอื่นและจากนั้นถึงได้ตื่นจากความฝัน
(2) :วิธีการป้องกัน:
1.เร็วๆนี้การหลอกลวงให้ลงทุนทางห้องสนทนาอินเทอร์เน็ตมีวิธีการที่ละเอียดอ่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีความอดทน จากการเป็นเพื่อนทางอินเทอร์เน็ต สนทนากันช่วงหนึ่ง ถึงหลอกให้เหยื่อเกิดความรัก
2.แล้วค่อยเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่“การลงทุน” “ถูกรางวัล” หรือแม้กระทั่ง“การร่วมลงทุน”มาเย้ายวน ทำให้คนระวังตัวน้อยลงโอนเงินไปให้
3.ย้ำเตือนคบเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตอย่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการยืมเงินลงทุนหรือการลงทุน ทั้งสามารถสอบถามผ่านชาวเน็ตต่างประเทศ รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ป้องกันการถูกหลอกเอาเงินที่หามาด้วยความลำบากต้องหมดไป

5. “หลอกโดนลักพาตัวปลอม”พลิกกลอุบายใหม่
(1) :วิธีการหลอกลวง:
1.มิจฉาชีพจะเข้าหลอกผู้ปกครองที่เป็นห้องเดียวกันหรือโรงเรียนเดียวกัน ในพื้นที่เดียวกัน และเบื้องต้นก็รู้ถึงข้อมูลส่วนตัวของนักเรียน นอกจากจะลดความผิดพลาดด้านอายุหรือเพศแล้ว ยังควบคุมพื้นที่บริเวณละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินได้ถึงข้อเท็จจริงจึงทำให้โดนหลอก
2.กลอุบายที่ปรับใหม่นี้และการหลอกโดนลักพาตัวปลอมแบบดั้งเดิมรูปแบบอาชญากรรมมีเพียงบางส่วนที่ต่างกัน แต่วิธีการและขั้นตอนการส่งโอนเงินไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
(2) วิธีการป้องกัน:
1.ผู้ปกครองหรือสมาชิกในบ้านควรมีวิธีที่สองที่จะใช้ติดต่อกัน เช่น เพื่อนร่วมเรียน เพื่อนสนิท หรือโทรศัพท์ของครูที่โรงเรียน เพื่อใช้ติดต่อกันยามฉุกเฉิน
2.มิจฉาชีพมักใช้ความกังวลใจของเหยื่อ มาควบคุมไม่ให้เหยื่อวางสายโทรศัพท์ และขอให้คนในครอบครัวออกไปเบิกเงิน หากพบสถานการณ์เช่นนี้ ขอให้วางสายก่อน แล้วโทรสอบถามไปที่“104สายตรวจสอบ” “สายด่วนป้องกันเหตุหลอกลวง165”หรือโทรศัพท์ไปสอบถามที่โรงเรียน
3.สายด่วนป้องกันเหตุหลอกลวง165 สามารถช่วยเหลือติดต่อหาญาติที่สงสัยว่าถูกลักพาตัวไป อย่าโอนเงินให้มิจฉาชีพก่อนที่จะตรวจสอบแน่ชัดแล้ว

6.ปลอมเป็นญาติเพื่อนสนิทหลอกยืมเงิน:
(1) วิธีการหลอกลวง:
มิจฉาชีพจะใช้ความห่วงใยระหว่างบุคคล และ“ความเห็นอกเห็นใจ”โดยสุ่มเลือกโทรหมายเลข เพียงแต่เหยื่อเริ่มเดาตัวของผู้ที่โทรมา พวกมิจฉาชีพก็จะแสดงตัวเป็น“น้องสาว” “เพื่อนสมัยเรียน” “เพื่อน” “ลูกค้า”บางครั้งเหยื่อรู้สึกสงสัย จะถาม:“ทำไมเสียงของเธอแปลกจัง?”มิจฉาชีพจะตอบ:“อ๋อ!เป็นหวัดหน่ะ”ลักษณะพิเศษของโทรศัพท์ประเภทนี้คือ“ต้องการเงินให้รีบโอนหรือกำลังเดือดร้อนต้องการเงินด่วน”
เพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่รับโทรศัพท์โอนเงินไปให้

(2) วิธีการป้องกัน :
1.รับโทรศัพท์โดยไม่รู้ที่มา โดยเฉพาะเมื่อไม่ยอมบอกชื่อนามสกุลนั้น อย่าเป็นเพราะ“กลัวเสียหน้า”คาดเดาชื่อของผู้ที่โทรมา ต้องขอให้ผู้ที่โทรมาบอกชื่อสกุลที่ชัดเจน
2.หากได้รับโทรศัพท์ขอยืมเงินจากญาติเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทางที่ดีให้ตอบ:“ขอโทษ ฉันตอนนี้ไม่สะดวกตอบโทรศัพท์ สักครู่ค่อยโทรกลับ”จากนั้นให้วางสายโทรศัพท์
3.หาเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของญาติหรือเพื่อน ที่ตัวเองจดเบอร์โทรไว้ โทรไปสอบถามว่าเป็นจริงหรือไม่ที่จะยืมเงิน เพื่อแน่ใจว่าโทรศัพท์ที่โทรมาหลอกลวงหรือไม่
7.กุเรื่องเงินค่าครองชีพ หลอกผู้สูงอายุถึงบ้าน
(1)วิธีการหลอกลวง :
1.มิจฉาชีพจะผ่านช่องทางผิดกฎหมาย ได้ข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ปลอมตัวเป็นคนของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึกปลดประจำการโทรศัพท์ไปหาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ แกล้งว่าตอนนี้มีการมอบเงินค่าครองชีพ และเร็วๆนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านเพื่อช่วยเหลือเรื่องการยื่นขอ
2.หลังมิจฉาชีพมาถึงบ้าน จะแสดงแบบฟอร์มยื่นขอ อ้างว่ากรอกข้อมูลจำเป็นต้องใช้สมุดเงินฝากและตราประทับ เมื่อได้สมุดเงินฝากและตราประทับแล้ว จงใจที่จะไม่ให้ผู้สูงอายุเห็น เมื่อสบโอกาสจะเอาสมุดเงินฝากใส่กระเป๋า แล้วรีบไปธนาคาร เบิกเงินฝากออกมาและวางสมุดเงินฝากทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์
3.เมื่อผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อได้รับแจ้งให้มาที่ธนาคารเพื่อรับสมุดเงินฝากที่วางทิ้งไว้นั้น ถึงได้พบว่าตัวเองถูกหลอก
(2) วิธีการป้องกัน:
1.พบว่าเป้าหมายผู้ถูกหลอกส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยตามลำพัง หรือผู้สูงอายุ ใช้ประโยชน์จากที่ผู้สูงอายุมีการรับข้อมูลข่าวสารทางสังคมน้อย และมีอายุมาก สายตาและความตื่นตัวไม่ดี การเคลื่อนไหวช้า ถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย
2.บัตรข้าราชการปลอมแปลงได้ง่าย หากมีคนแปลกหน้าติดบัตรหน่วยงานราชการมาเยี่ยมสัมภาษณ์ ควรถามชื่อสกุลและหน่วยงานที่ทำงานก่อน จากนั้นจึงโทรศัพท์สอบถามหน่วยงานที่ถูกกล่าวว่ามีบุคคลที่ว่านี้หรือไม่และวัตถุประสงค์ที่มา
3.ในบ้านมีผู้สูงอายุอาศัยเพียงลำพัง สำหรับผู้ที่มาเยี่ยมไม่รู้ว่าเป็นใครควรมีความตื่นตัวให้มาก อย่าให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน ยิ่งไม่ควรแสดงสมุดเงินฝากหรือมอบสมุดเงินฝาก ,ตราประทับให้ไป
8.ลงโฆษณามีกลลวง การหางาน การกู้ยืมพบโดนหลอกเอาบัตรเอทีเอ็ม
(1)วิธีการหลอกลวง:
เหล่ามิจฉาชีพเพื่อที่จะหาคนรับจ้างเปิดบัญชีโอนเงินสถาบันการเงิน นอกจากลงหนังสือพิมพ์ซื้อคนรับจ้างเปิดบัญชีแล้ว เมื่อเร็วๆนี้พบว่าคนที่หางาน คนที่กู้เงินมีเพิ่มขึ้น เป็นกลยุทธ์เพื่อหลอกเอาบัญชี โดยทำเป็นโฆษณาหางาน โฆษณากู้เงิน หลอกประชาชนที่ไม่รู้มาสมัครงานหรือขอกู้เงินให้แสดงบัตรเอทีเอ็ม ขณะเดียวกันก็บอกรหัสกับมิจฉาชีพ จนกระทั่งพบว่าสมุดเงินฝากมีบันทึกการเข้าออกที่แปลกๆ ไม่แต่เรื่องงาน การกู้เงินที่ไม่สำเร็จแล้ว ยังพบว่าถูกหลอกรับจ้างเปิดบัญชีให้กับมิจฉาชีพ
(2) วิธีการป้องกัน:
1.โฆษณาหางานทางหนังสือพิมพ์มีกลลวงซ่อนอยู่ ขณะสมัครงานอย่ามอบสมุดเงินฝาก บัตรเอทีเอ็ม และอื่นๆที่เป็นเอกสารสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงถูกหลอกเป็นคนรับจ้างเปิดบัญชี กลายเป็นมือช่วย ที่ต้องถูกดำเนินการลงโทษทางกฎหมาย
2.หากเป็นเพราะไม่ทันสังเกตมอบบัตรเอทีเอ็มให้ไปแล้ว ควรรีบโทรศัพท์ติดต่อธนาคารที่ออกบัตรโดยเร็วที่สุด และตัดหนังสือพิมพ์ที่มีโฆษณา และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์
9.กลโกงทางเว็บไซต์ประมูลทางอินเทอร์เน็ต
(10) วิธีการหลอกลวง:
ผู้ขายใช้ราคาที่ต่ำกว่าราคาท้องตลาด และวิธีทางจิตวิทยาหากไม่โอนเงินจะขายให้คนอื่น เร่งให้ผู้ซื้อรีบโอนเงิน มีหลายคนรับผลกระทบทางจิตวิทยาที่ว่า“สินค้ามีน้อย”หลังรีบโอนเงินแล้วถึงพบว่าถูกหลอก
(2) วิธีการป้องกัน:
1.สิ่งเย้ายวนแรกของการหลอกคือ“ราคาต่ำกว่าตลาด”ชาวเน็ตอย่าคิดว่าของถูก ตกลงไปในกลลวงที่มิจฉาชีพวางไว้
2.ดูรีวิวราคาประมูลที่ผ่านมาของผู้ขาย หากเดิมขายเสื้อผ้า ไส้ปากกา ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่เปลี่ยนทันใดมาขายกล้องถ่ายรูป ถือว่ามีปัญหา
3.จากการบันทึกทำธุรกรรมที่ผ่านมาของผู้ขาย“มีซื้อเท่านั้น ไม่มีขาย”เป็นไปได้ที่อาจผ่านการซื้อขายจำนวนน้อยมาแลกการประเมินผลที่ดีเพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อถือ
4.หากผู้ขายปฏิเสธ“ซื้อขายกันซึ่งหน้า”และใช้เหตุผลว่าอาศัยในเมืองผิงตง ฮวาเหลียน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น ไม่สะดวกที่จะทำการ“ซื้อขายกันซึ่งหน้า”ยืนยันเพียงรับเงินก่อนจัดส่งสินค้า
5.เมื่อสินค้าที่ประมูลมี“ลักษณะการสั่งจอง”นั้น เพื่อความระมัดระวัง ควรสั่งจองจากร้านค้าที่บอกกันปากต่อปากหรือเป็นร้านค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันโดนหลอกให้สั่งจองสินค้า
10.กลับมาหางานอีกครั้งถูกหลอกให้ลงทุน

(1)วิธีการหลอกลวง :
1.มิจฉาชีพจะใช้บัญชีที่รับจ้างเปิดบัญชีตั้งเป็นบริษัททำกระดาษ แล้วโฆษณาในหนังสือพิมพ์รับสมัครพนักงาน หลอกให้ประชาชนที่กลับมาหางานทำอีกครั้งให้มาสมัครและรับเข้าทำงาน
2.มิจฉาชีพจงใจสนทนาถึงหัวข้อลงทุนในเวลาทำงาน สร้างภาพการลงทุนฟิวเจอร์สต่างประเทศว่ามีผลกำไรที่ดีมาก และชวนให้เหยื่อเข้าร่วมลงทุน
3.เมื่อเหยื่อเข้าร่วมลงทุนต่อเนื่องและหลอกเอาเงินจนหมดแล้ว ก็ใช้เหตุผลไม่เหมาะสมให้ออกจากงาน ค่อยติดต่อกันเป็นการส่วนตัวในฐานะเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้เหยื่อลดความระวังตัว
4.หลังจากที่มิจฉาชีพหลอกเอาเงินจนหมดแล้ว จะปิดบริษัททันที ผู้เสียหายถึงทราบว่าถูกหลอก
(2)วิธีการป้องกัน :
1.กฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและกฎหมายแลกเปลี่ยนซื้อขาย สำหรับการจัดตั้งตัวแทนฟิวเจอร์ส การดำเนินงานและพนักงาน มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด การประกอบกิจการและดำเนินการด้านการเงินของบริษัทฟิวเจอร์สที่ถูกกฎหมาย ต้องมีหัวหน้าหน่วยงานคอยตรวจสอบ การชำระเงินและส่งมอบสินค้าของฟิวเจอร์ต้องผ่านการโอนเงินจากธนาคารที่กำหนดไว้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องค้นหาได้ทางเว็บไซต์คณะกรรมการควบคุมเงินตราสภาบริหารไต้หวัน
2.ขณะหางานอย่าเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วเสี่ยงร่วมลงทุน ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจในรายละเอียด รู้จักกรณีการหลอกลวงแล้ว และนำสถานการณ์ของตนเองมาเปรียบเทียบกับตัวอย่างกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเว็บไซต์เพื่อดูหุ้น เพื่อนร่วมงานทำกำไร การซื้อขายที่ไต้หวันยังไม่เปิดใช้ ต่างเป็นการหลอกลวง อย่าเป็ฯเพราะความละโมบแล้วทำให้หมดตัวจนต้องเสียใจ

วิธีการหลอกลวงของเหล่ามิจฉาชีพจะปรับเปลี่ยนใหม่ตลอดเวลา ย้ำเตือนเพื่อนผู้พำนักใหม่ แรงงานต่างด้าวและประชาชนทั่วไป หากไม่มั่นใจว่าเป็นการหลอกลวงหรือไม่ควรจำ“หลักการ3ไม่&3ต้อง” :(1)อย่าเชื่อโทรศัพท์ที่โทรมาแจ้ง ต้องมีความใจเย็น (2)อย่าบอกข้อมูลส่วนตัวให้คนอื่น ต้องรีบตรวจสอบหลักฐาน(3)อย่าตรวจสอบโทรศัพท์ที่ให้มา รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดการ หรือโทรสายด่วนป้องกันเหตุหลอกลวง165 อย่าตื่นตระหนกนะ!

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเหตุหลอกลวง:
*กรมตำรวจกระทรวงมหาดไทยเว็บไซต์ป้องกันการหลอกลวง165
*ประชาสัมพันธ์การต่อต้านการหลอกลวง165
*สถานีตำรวจแผนกอาชญากรรมกรมตำรวจกระทรวงมหาดไทย

*วีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ต่อต้านการหลอกลวง:
“หลั่งหยาปั้งต้าชวนเยว่”ประชาสัมพันธ์ต่อต้านการหลอกลวง
ภาพยนต์ต่อต้านการหลอกลวง-หลอกลวงค้าบริการทางเพศปลอม
สถานีตำรวจแผนกอาญาAPPอนิเมชั่นประชาสัมพันธ์ต่อต้านการหลอกลวง165

Was this information helpful? Yes    No