:::

【เรื่องราวใหม่ในหัวข้อไต้หวัน】 “ผมมี ที่คนอื่นไม่มี”เจิ้งเหยาเทียนนำภาษาแม่อินโดนีเซียเปลี่ยนเป็นความได้เปรียบในตลาดงาน

ฉลาก
ที่ตั้งTaiwan
แหล่งข้อมูล內政部移民署
ตี : 56
วันที่ : 2019/7/4
อัปเดต : 2019/7/15 下午 04:36:00

鄭堯天

เจิ้งเหยาเทียนอายุ29ปี เป็นทายาทรุ่นที่2ผู้พำนักใหม่ เขาเคยทำงานที่บริษัทเปาเฉิงอินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆนี้ได้ย้ายไปทำงานที่บริษัทหงไห่อินโดนีเซีย อายุยังไม่ถึง30ปี เงินเดือนมีมากกว่า1ล้านแล้ว เขากล่าวว่า ตำแหน่งในวันนี้มาจาก“ความรู้สึกที่ด้อยกว่า”ตั้งแต่เล็กการบ้านไม่ดี อยากประสบความสำเร็จ จำต้องออกต่างประเทศ !ดังนั้นจึงใช้ภาษาอินโดนีเซีย“ผมมี ที่คนอื่นไม่มี”เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะออกต่างประเทศทำตามความฝัน

**เลือดผสมไต้หวันอินโดนีเซีย ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลไร้อุปสรรค
คุณพ่อของเจิ้งเหยาเทียนขณะยังหนุ่มได้ย้ายไปทำงานที่ประเทศอินโดนีเซีย จึงรู้จักกับคุณแม่ของเขา..
จางฮุ่ยฟัง เจิ้งเหยาเทียนอายุประมาณ1ขวบ ทั้งครอบครัวกลับมาที่อินโดนีเซีย หลังจบประถมครอบครัวกลับมาตั้งรกรากที่ไต้หวัน เขากล่าวว่า สถานภาพการเป็นลูกผสมไต้หวันอินโดนีเซีย ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลบั่นทอนหรือประหม่า แต่ตอนนี้มีเด็กๆผู้พำนักใหม่บางส่วน ที่รู้สึก “เป็นปมด้อย”กับสถานภาพของตนเอง ขาดความยอมรับในตัวเอง ทำให้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกผลักดันออกจากกลุ่ม

**การอบรมของครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญนำพาสู่พลังบวก
เจิ้งเหยาเทียนที่สวมชุดบาติก「Batik」ของอินโดนีเซีย หยิบไมโครโฟนพูดด้วยความมั่นใจไม่หยุด
เจิ้งเหยาเทียนแบ่งปันประสบการณ์ให้ฟัง การอบรมภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก หากว่าตั้งแต่เล็กพ่อแม่ไม่อบรมและให้พลังด้านบวกกับเขา เด็กก็จะรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ดีที่คุณแม่เป็นคนมีความมั่นใจในตนเอง จิตใจกว้างขวาง ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย

หลังเรียนจบปริญญาตรีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฉือจี้ เจิ้งเหยาเทียนทำงานที่ไทเป2ปี คิดอยากเปลี่ยนไปทำงานที่ต่างประเทศ เปาเฉิงโรงงานทำรองเท้าใหญ่ที่สุดในโลกเห็นความสามารถที่เขาพูดภาษาอินโดนีเซียได้ ขอสัมภาษณ์งานผ่านวิดีโอ ตอนนั้นเขาไม่ได้พูดภาษาอินโดนีเซียมากว่าสิบปี จึงรีบขอความช่วยเหลือจากคุณแม่ จางฮุ่ยฟังได้ร่างคำกล่าวแนะนำตัวเองเป็นภาษาอินโดนีเซียให้ เขาติดไว้ตรงหน้าจอแล้วอ่านตามคำร่าง “หลอก”ผู้สัมภาษณ์งานที่สัมภาษณ์อยู่อีกด้านหนึ่ง ประสบความสำเร็จได้รับเข้าบรรจุงาน


**รู้จักหลายภาษา ใบประวัติจะโดดเด่นออกมา
เขาบอกกับทายาทรุ่นที่2ผู้พำนักใหม่ที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลาย ชั้นมหาวิทยาลัยว่า ตั้งแต่เด็กให้เรียนภาษาแม่ให้ดี “ครั้งนั้นผมใช้วิธีการหลอก พวกคุณสามารถใช้ข้อมูลที่เป็นจริง”ใบประวัติจะแสดงความสามารถอีกหนึ่งภาษาที่มีมากกว่าคนอื่น จะ“โดดเด่นออกมา”จากใบประวัติอีกนับร้อยนับพันใบ ไม่ว่าจะได้รับการบรรจุเข้าทำงานหรือไม่ โอกาสก็จะมีมากกว่าคนอื่นที่ถูกคัดออกโดยตรง หลังเข้าทำงานที่โรงงานเปาเฉิงอินโดนีเซีย พนักงานประจำคนอื่นที่ฟังภาษาอินโดนีเซียไม่ออก พูดออกมาแต่ละคำจะมีแต่คำด่าว่า ทำให้มีความสัมพันธ์กับคนงานไม่ดี เจิ้งเหยาเทียนพยายามฝึกฝนภาษาอินโดนีเซีย ใช้วิธีสื่อสารเอาชนะใจคนงาน ได้ช่วยเหลือพนักงานไต้หวัน พนักงานประจำโรงงานให้ฝึกฝนภาษาอินโดนีเซีย เจิ้งเหยาเทียนกล่าว ตั้งแต่เล็กเขาไม่ได้เรียนโรงเรียนมีชื่อ การเรียนเป็นอันดับสามที่โหล่ของห้อง ตัดสินใจใช้ข้อเด่นทางภาษาไปทำงานในต่างประเทศ เจิ้งเหยาฟังเห็นประสบการณ์ความสำเร็จของพี่ชาย ตั้งใจจะไปทำงานที่อินโดนีเซียเช่นเดียวกัน


เจิ้งเหยาเทียนชี้แนะด้วยความจริงใจว่า เด็กๆผู้พำนักใหม่ตั้งแต่เล็กเรียนภาษาแม่ เหมือนกับเขา“จะง่ายที่จะนำภาษานั้นกลับมาใช้ใหม่”แต่หากเติบใหญ่แล้วค่อยมาเรียนภาษา จะเป็นการยากและขมขื่นอีกด้วย


**พื้นหลังหลากหลาย ทำให้เขาชนะตั้งแต่เริ่มต้น
จางฮุ่ยฟังกล่าวว่า อยู่ในไต้หวัน ลูกจะพูดภาษาจีนกลางกับอากงอาม่า แต่สำหรับลูกๆทั้งสามคนของเธอตั้งแต่ชั้นอนุบาลก็เริ่มใช้ภาษาอินโดนีเซียง่ายๆพูดคุยกับลูก จากสอน“กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน”รอจนลูกเขียนหนังสือได้แล้ว จึงเริ่มสอนการเขียนภาษาอินโดนีเซีย สำหรับครอบครัวผู้พำนักใหม่หลายๆครอบครัวในไต้หวัน ไม่ให้แม่สอนภาษาของแม่ให้กับลูก จางฮุ่ยฟังพูดถึงประสบการณ์ของตนเองที่ผ่านมาว่า หลายๆครอบครัวจะพูดว่า “เธอ(ผู้พำนักใหม่)ภาษาจีนยังพูดไม่ดีแล้ว จะสอนลูกได้อย่างไร?”แต่เธอกล่าวว่า เด็กๆฉลาดมาก“จะพูดภาษาจีนกับพ่อ พูดภาษาของแม่กับแม่ พูดภาษาไต้หวันกับอาม่า” พวกเขาจะมีวิธีการซึมซับเรียนรู้ และเริ่มตั้งแต่เล็ก ไม่ต้องใช้วิธีบังคับจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด


ภาษากับพื้นหลังหลากหลาย ทำให้เจิ้งเหยาเทียนได้เปรียบที่พูดภาษาอินโดนีเซียได้อย่างคล่องแคล่ว ได้ไปทำงานในประเทศอินโดนีเซียที่มีประชากรมากเป็นอันดับสี่ของโลก แค่เริ่มต้นก็ชนะแล้ว


ที่มาบทความ:เหลียนเหอเป้าชี่-หยวนจิ่งกงเฉิง(ผู้สื่อข่าว:สุ่นจงอิง ซูเหว่ยเฉวียน / ช่างภาพ:หวังเถิ่งอี่)

Was this information helpful? Yes    No