:::

【เรื่องราวใหม่ๆในไต้หวัน】 ผู้พำนักใหม่เสี่ยวเถา:ฉันเป็นคนไต้หวันและเป็นคนเวียดนามด้วย ขอเพียงที่ไหนมีครอบครัวที่นั่นก็คือบ้าน

ฉลาก
ที่ตั้งTaiwan
แหล่งข้อมูล內政部移民署
ตี : 91
วันที่ : 2019/5/29
อัปเดต : 2019/7/12 下午 05:29:00

小陶1

ทำบ้านโฮมสเตย์ใกล้เคียงกับความฝันของฉัน ในขณะเดียวกันฉันก็เตรียมสอบมัคคุเทศก์และหัวหน้าทัวร์ด้วย สอบผ่านแล้วจะได้นำคนไต้หวันไปเที่ยวเวียดนาม หรือพาคนเวียดนามมาเที่ยวไต้หวัน ช่วยให้ทุกคนรู้จักกับวัฒนธรรมของสองประเทศ และฉันก็สามารถกลับไปบ้านที่เวียดนามได้บ่อยๆ ——เสี่ยวเถา

เสี่ยวเถาเป็นผู้พำนักใหม่มาจากจังหวัดกว๋างนิญเวียดนามเหนือแต่งงานมาไต้หวัน ตั้งแต่อายุ6ขวบก็ทำไร่ทำนากับครอบครัว ทำงานหารายได้ให้มากขึ้นก็เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีกว่า อายุ16ปีไปที่กรุงฮานอย เรียนภาษาเกาหลี วางแผนว่าจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลี บังเอิญมาพบกับชายหนุ่มชาวไต้หวันที่มาพักในบ้านโฮมสเตย์ของป้าเธอ “เห็นเล็บมือของเสี่ยวเถามีแต่ดินโคลน ก็รู้สึกว่าเธอต้องเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ขยันแน่นอน”ชายหนุ่มคนนี้ก็คือสามีในปัจจุบัน ทั้งสองคนรู้จักกันสองชั่วโมงแล้วก็ต้องแยกจากกัน เขาได้ขอรูปถ่ายใบหนึ่งของเสี่ยวเถาไว้ กลับมาถึงไต้หวันแล้วก็รีบให้ล่ามช่วยสื่อสาร ติดต่อเธอทุกอาทิตย์นาน1ปี เมื่อเสี่ยวเถามีอายุ19ปีทั้งสองจึงแต่งงานใช้ชีวิตในไต้หวัน

小陶2

※สัญญาว่าจะเรียนรู้ให้เร็วที่สุด
ก่อนแต่งงานเสี่ยวเถาได้เตรียมเรียนรู้การจัดการบ้านโฮมสเตย์ในไต้หวัน แต่วันแรกห้องพักเต็ม
เสี่ยวเถาที่พูดภาษาไม่ได้ลุกขึ้นตี2แต่เช้ามาเรียนรู้ทำอาหารเช้ากับแม่สามีให้แขกที่มาพักกว่า30คน แขกเช็คเอาท์ออกไปแล้วเธอต้องรีบมาจัดเตียง ทำความสะอาดห้องพัก หลังสองอาทิตย์เธอก็ทำได้ดี ปีถัดไปสองสามีภรรยาจึงเข้ามาบริหารบ้านโฮมสเตย์

เพื่อที่จะให้เสี่ยวเถาปรับตัวเข้ากับชีวิตในไต้หวันได้เร็วขึ้น มาถึงไต้หวันวันที่3แม่สามีก็พาเธอไปสมัครเรียนในโรงเรียนเสริมประถมศึกษา เสี่ยวเถาที่เรียนรู้ได้เร็วหลังไปเรียนได้เพียง3เดือนก็สามารถพูดสนทนากับคนไต้หวันได้ แม่สามีได้พาเธอไปที่ศูนย์บริการครอบครัวผู้พำนักใหม่ เปิดโอกาสให้เธอได้บริการพี่น้องสาวผู้พำนักใหม่ เริ่มต้นชีวิตอาสาสมัครล่าม ปัจจุบันเสี่ยวเถาเป็นวิทยากรของศูนย์ฯ ยังเป็นล่ามภาษาเวียดนามของศาลท้องถิ่นฮวาเหลียน และล่ามภาษาเวียดนามของสถานีอนามัยอีกด้วย

※ฝันเป็นนักสังคมสงเคราะห์บวกกับฝันที่จะเป็นมัคคุเทศก์
“มาถึงไต้หวันใหม่ๆจะคิดถึงบ้านเสมอ ก็จะโทรศัพท์ไปคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่สามีและสามีจะพาเธอขี่รถจักรยานไปเที่ยวชายหาด ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งมีร้องไห้ ต้องค่อยๆปรับตัวไป”

ปีแรกๆที่มา เสี่ยวเถารู้สึกได้ว่าคนไต้หวันมีอคติต่อคู่สมรสชาวต่างชาติ คิดว่าเป็นเพราะเงินถึงได้แต่งงานมาไต้หวัน บางครั้งรับโทรศัพท์จองหัองพักก็จะพบกับคำพูดเลือกปฏิบัติ เป็นอาสาสมัครในศูนย์บริการคู่สมรสชาวต่างชาติ ได้ช่วยเหลือพี่น้องสาวคู่สมรสชาวต่างชาติที่ถูกคิดว่าเป็นคนทำความสะอาด ผู้อนุบาลผู้ป่วย หรือแม้แต่ถูกความรุนแรงในครอบครัว จึงทำให้เธอกลัวที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนไต้หวัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งประมาณตี1ตี2ได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากคุณหยางฮวาเหม่ยหัวหน้าเก่าศูนย์
คู่สมรสชาวต่างชาติ หวังว่าเธอจะไปที่สถานีตำรวจช่วยเป็นล่ามให้กับคู่สมรสชาวต่างชาติที่ถูกใช้ความรุนแรง พ่อสามีจึงรีบพาเธอไปเธออุ้มลูกชายอายุขณะนั้นเพียง2-3เดือนไปด้วย พอถึงสถานีตำรวจจึงพบว่าอีกฝ่ายนั้นมีสัญชาติอินโดนีเซียไม่ใช่สัญชาติเวียดนาม แต่เธอกลับรู้สึกประทับใจกับทุกคน รู้สึกว่าแม้แต่คนไต้หวันยังห่วงใยเพื่อนร่วมชาติของเธอ เธอจึงพยายามทำเพื่อพี่น้องสาวผู้พำนักใหม่มากยิ่งขึ้น จึงไปเรียนเสริมที่โรงเรียนพาณิชย์วิทยาลัย คาดหวังจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ให้ได้ปริญญาทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

小陶3

※ ที่ไหนมีครอบครัวที่นั่นคือบ้าน
เดือน9 ปี2017เสี่ยวเถามีบ้านใหม่ซึ่งก็เป็นโฮมสเตย์ด้วย ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟ เธอยังวางแผนที่จะเรียนรู้กาแฟเวียดนามดั้งเดิม ขนมปัง และก๋วยเตี๋ยวเฝอ ต่อไปคิดจะทำร้านอาหาร ทุกวันได้สวมใส่ชุดเวียดนามแบบดั้งเดิมต้อนรับลูกค้า ให้ลูกค้าที่มารู้จักประเทศเวียดนาม

มาไต้หวัน8ปี เธอกลับเวียดนามเพียง4ครั้งเท่านั้น จำนวนสองครั้งนั้นเป็นเพราะตั้งครรภ์อยากกินอาหารเวียดนาม ในไต้หวันถึงแม้ว่าเปิดก๊อกน้ำก็มีน้ำประปา แค่กดสวิตซ์ก็มีดวงไฟ แต่เธอยังคิดถึงน้ำฝนที่ดื่มในเวียดนามสมัยยังเป็นเด็ก กลางคืนท้องฟ้าส่องสว่างเต็มไปด้วยดวงดาว เป็นแบบพอเพียง“วันนี้กินอิ่มก็ดีแล้ว เรื่องของพรุ่งนี้ค่อยไปคิด”

小陶4

ระหว่างที่เธอบริการให้กับพี่น้องสาวผู้พำนักใหม่ มีหลายครั้งที่ตกอยู่ในอารมณ์เศร้า โกรธหรือไม่มีแรง แม่สามีให้กำลังใจใช้วิธีท่องเที่ยวช่วยเพิ่มความเข้าใจระหว่างไต้หวันและเวียดนาม ดังนั้นเธอจึงกระตือรือร้นเพื่อเตรียมสอบใบอนุญาต เธอยังคงมีสัญชาติเวียดนาม เตรียมกลับไปดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราในเวียดนามได้ทุกเมื่อ และตกลงกับสามีแล้ว เมื่อเกษียณจะสลับไปมาพักอาศัยระหว่างสถานที่สองแห่ง

ระหว่างที่ลูกของเสี่ยวเถายังเล็ก ในชีวิตประจำวันได้เริ่มให้ลูกๆสัมผัสกับวัฒนธรรมเวียดนาม ตอนที่ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่สามมีอยู่ครั้งหนึ่งในห้องเรียนได้บอกกับคุณครูว่า:“หนูเป็นคนเวียดนาม!”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกล้าภาคภูมิใจ และมั่นใจ ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

เสี่ยวเถาเชื่อมั่นว่า ที่ไหนมีครอบครัวที่นั่นก็คือบ้าน เธอหวังว่าเมื่อลูกๆเติบโตขึ้น จะรู้สึกมั่นใจได้ว่าตนเองเป็นคนไต้หวันและเป็นคนเวียดนามด้วย

ที่มาบทความ:เหว่ยเสี้ยวไถหวัน (บทความ: เจียงเผ่ยจิ๋น /ภาพ:หลินจิ้งอี๋)

Was this information helpful? Yes    No