:::

Q&A ใบขับขี่

ฉลาก
ที่ตั้งTaiwan
แหล่งข้อมูลMinistry of Transportation and Communications
ตี : 264
วันที่ : 2018/8/1
อัปเดต : 2018/12/19 下午 04:11:00

Q1:นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเช่ารถยนต์ขนาดเล็กได้ไหม?
A1:ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 100 กำหนดไว้ว่า ผู้เช่ารถยนต์ควรมีใบขับขี่ที่ออกภายในประเทศหรือใบขับขี่สากล ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีใบขับขี่สากลสามารถเช่าและขับรถยนต์ขนาดเล็กได้


Q2:หากผู้เช่ารถต้องการจ้างคนขับรถ จะต้องทำอย่างไร?
A2:ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 100 กำหนดไว้ว่าหากผู้เช่ารถยนต์ขนาดเล็กต้องการจ้างคนขับรถ ผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ว่าจ้างคนขับรถที่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กแทน หากผู้เช่ารถเป็นชาวต่างชาติ ควรจัดหาคนขับรถที่สื่อสารภาษาต่างประเทศได้ ทั้งนี้หากเป็นการเช่ารถบรรทุกขนาดเล็ก ควรให้ผู้เช่ารถเป็นผู้ขับขี่ด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้ผู้ให้เช่าจ้างคนขับรถแทนได้


Q3:ใบขับขี่ที่หมดอายุแล้วยังไม่ได้เปลี่ยนใหม่ยังใช้ได้อยู่หรือไม่?
A3:ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2013 เป็นต้นไป ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ทั่วไปทุกประเภทและใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ต้องเปลี่ยนใบอนุญาตใหม่ (ยกเว้นชาวต่างชาติที่ได้รับสิทธิ์เป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่มีใบอนุญาตพำนักถาวร ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า ผู้ชาวไต้หวันที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ผู้ที่ได้รับโทษไม่ให้สอบใบขับขี่ชั่วชีวิตเว้นแต่จะสอบใบอนุญาตประเภทหนึ่งปี เป็นต้น ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเดิมคือเปลี่ยนใบอนุญาตขับขี่ทุก 6 ปี)
กล่าวโดยสรุป ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ทั่วไปและใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ที่หมดอายุแล้วยังสามารถนำมาใช้ได้ตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ตามข้อยกเว้น ยังคงต้องยื่นเปลี่ยนใบอนุญาตขับขี่เมื่อถึงเวลาที่กำหนด


คำตอบ:
ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่ที่หมดอายุจะไม่สามารถขับขี่รถยนต์ได้ตามบทลงโทษการจราจรทากบกมาตรา 22 วรรค 1 รายการที่ 6 ผู้ที่ใช้ใบอนุญาตขับขี่ที่หมดอายุในการขับขี่ มีโทษปรับไม่น้อยกว่า 1,800ดอลล่าร์ไต้หวัน แต่ไม่เกิน 3,600 ดอลล่าร์ไต้หวัน และจะยึดใบขับขี่ไว้จนกว่าจะชำระค่าปรับเสร็จสิ้น
ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่ที่หมดอายุจะถูกระงับสิทธิ์ขับขี่รถยนต์ไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยสามารถเปลี่ยนใบอนุญาตขับขี่ใหม่ได้ตลอดเวลา


Q4:ข้อควรทราบในการสอบใบขับขี่ของชาวต่างชาติ?
A4:1.การสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (ยกเว้นผู้ที่สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์)
(1)การสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (ยกเว้นผู้ที่สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์)
(2)ภาพถ่ายรูปหน้าตรงสีขาวดำหรือสีที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีเรียบ ถอดหมวก 3 ภาพ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพตัดต่อ
(3)คำร้องพร้อมเอกสารตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกาย 1 ฉบับ
1.สามารถไปตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกายได้ที่โรงพยาบาลรัฐ สถานอนามัยหรือโรงพยาบาล คลินิกที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานขนส่ง
2.ผลการตรวจสุขภาพมีอายุใช้งานนาน 1 ปี
(4)ผู้ยื่นเอกสารต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

การสอบใบขับขี่รถยนต์
(1)เอกสารที่ต้องเตรียม:
1.เอกสารแสดงตน (ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักชั่วคราวหรือถาวรเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป)
2.บัตรเรียนขับรถยนต์ (ต้องเรียนขับขี่รถยนต์เป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป)
3.ภาพถ่ายรูปหน้าตรงสีขาวดำหรือสีที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีเรียบ ถอดหมวก 3 ภาพ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพตัดต่อ
4.คำร้องพร้อมเอกสารตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกาย 1 ฉบับ
5.ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน 450 ดอลล่าร์ไต้หวัน ค่าออกบัตร200 ดอลล่าร์ไต้หวัน

(2)ข้อควรระวังอื่นๆ:
1.การสอบใบขับขี่ประเภททั่วไปต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ (ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสอบใบขับขี่รถสาธารณะ)
2.ผู้สอบจะต้องสอบผ่านทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติจึงจะได้รับใบขับขี่ หากตกข้อเขียนหรือภาคปฏิบัติจะสอบได้อีกครั้งในอีก 7 วัน
3.ผลการตรวจสุขภาพและผลสอบข้อเขียนมีอายุนาน 1 ปี

3.การสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์
(1)เอกสารที่ต้องเตรียม
1.เอกสารแสดงตน (ที่ได้รับอนุญาตให้พำนักชั่วคราวหรือถาวรเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป)
2.ภาพถ่ายรูปหน้าตรงสีขาวดำหรือสีที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีเรียบ ถอดหมวก 3 ภาพ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพตัดต่อ
3.คำร้องพร้อมเอกสารตรวจสุขภาพและสมรรถภาพร่างกาย 1 ฉบับ
4.ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน 250 ดอลล่าร์ไต้หวัน ค่าออกบัตร200 ดอลล่าร์ไต้หวัน

(2)ข้อควรระวัง
1.ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
2.ผู้ที่มีใบขับขี่รถยนต์สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดเล็กได้
3.ผู้สอบจะต้องสอบผ่านทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติจึงจะได้รับใบขับขี่
A.ผู้ที่มีใบขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กที่ต้องการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่(เกิน 50CC แต่ไม่เกิน 250CC)ไม่ต้องสอบข้อเขียน
B.ผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่พิเศษ(เกิน250CC)และมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่เกิน 1 ปีขึ้นไปและมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ จะสมัครสอบได้ก็ต่อเมื่อได้เข้าคลาสเรียนหลักสูตรพิเศษจากสถาบันที่ผ่านการรับรองและทดสอบสมรรถภาพร่างกายแล้วจึงจะสามารถยื่นสอบได้
4.ผู้สอบจะต้องสอบผ่านทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติจึงจะได้รับใบขับขี่ หากตกข้อเขียนหรือภาคปฏิบัติจะสอบได้อีกครั้งในอีก 7 วัน
5.ผลการตรวจสุขภาพและผลสอบข้อเขียนมีอายุใช้งานนาน 1 ปี

Was this information helpful? Yes    No