:::

แก้ไขกฎหมายแรงงาน ผ่อนปรนนโยบายทำ 7 หยุด 1

ฉลาก
ที่ตั้งTaiwan
แก้ไขกฎหมายแรงงาน ผ่อนปรนนโยบายทำ 7 หยุด 1
แก้ไขกฎหมายแรงงาน ผ่อนปรนนโยบายทำ 7 หยุด 1
ตี : 239
วันที่ : 2018/5/15
อัปเดต : 2018/5/15 上午 10:03:00

การแก้ไข“กฎหมายแรงงาน” ได้ผ่านการอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี 2018 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคมซึ่งนอกจากจะมีการผ่อนปรนนโยบายทำ 7 หยุด 1แล้ว ยังได้ควบคุมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา เวลาพักในการผลัดเวร และระยะเวลาสะสมวันพักร้อนเป็นต้น แล้วคุณมีความรู้ด้านสิทธิแรงงานมากน้อยแค่ไหน?


การแก้ไขกฎหมายแรงงานในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสาระสำคัญดังนี้

1.การคำนวณค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุด
นายจ้างต้องคำนวณชั่วโมงทำงานล่วงเวลาให้กับแรงงานที่ทำงานในวันหยุดตามชั่วโมงที่ทำงานจริง และคงอัตราค่าตอบแทนทำงานล่วงเวลาไว้ตามเดิมคือ1 1/3เมื่อทำงานล่วงเวลาครบ 2 ชั่วโมง อีก1 1/3เมื่อทำตั้งแต่ 3 ถึง 8 ชั่วโมง และ 2 2/3 เมื่อทำตั้งแต่ 9 ถึง 12 ชั่วโมง นอกจากนี้จะต้องคำนวณชั่วโมงทำงานล่วงเวลารวมต่อเดือนห้ามเกิน 46 ชั่วโมงอีกด้วย


2.การควบคุมชั่วโมงทำงานล่วงเวลา
กำหนดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาต่อเดือนที่ 46 ชั่วโมง โดยนายจ้างสามารถขอให้สภาแรงงานหรือสหภาพแรงงานพิจารณาอนุญาตให้รวบเป็นคราวละ 3 เดือน โดยทำงานล่วงเวลาไม่เกิน 54 ชั่วโมงต่อเดือน และไม่เกิน 138 ชั่วโมงต่อ 3 เดือน สำหรับบริษัทที่มีแรงงานเกิน 30 คนขึ้นไปจะต้องบันทึกเวลาการทำงานล่วงเวลา และนำส่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


3.แรงงานสามารถเลือกหยุดตามชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาได้ตามต้องการ
แรงงานที่ทำงานล่วงเวลาในวันธรรมดาหรือวันหยุดสามารถเลือกหยุดได้โดยต้องได้รับความยินยอมจากนายจ้าง ก็จะสามารถหยุดชดเชยได้ตามชั่วโมงทำงานล่วงเวลาที่ทำไปตามลำดับการทำงานล่วงเวลาของแรงงานแต่ละคน ส่วนระยะเวลาการหยุดให้นายจ้างและแรงงานเป็นผู้ตกลงกันเอง หากแรงงานไม่สามารถหยุดชดเชยจนหมดได้นายจ้างต้องขยายระยะเวลาหยุดชดเชยหรือให้ค่าตอบแทนตามอัตราค่าจ้างของวันที่ทำงานล่วงเวลา


4.เวลาพักในการผลัดเวร
การผลัดเวรแต่ละครั้งต้องหยุดพักผ่อนเป็นเวลา 11 ชั่วโมง หากมีเหตุผลเพิ่มเติมอื่นๆหรือลักษณะของงานมีความพิเศษสามารถยื่นขอพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เมื่อได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงชั่วโมงพักให้น้อยกว่า 11 ชั่วโมงได้ ทั้งนี้เวลาพักต้องไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากสหภาพแรงงานหรือการประชุมแรงงานจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงชั่วโมงการพักผ่อนได้ โดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศยกเว้นสำหรับเจ้าหน้าที่และแรงงานในการรถไฟไต้หวัน การไฟฟ้าไต้หวัน โรงน้ำมันไต้หวัน และโรงน้ำตาลไต้หวัน เป็นต้น


5.คงนโยบายทำ 7 หยุด 1 และหยุดชดเชยได้ตามความเหมาะสม
ยังคงปฏิบัติตามนโยบายทำ 7 หยุด 1 แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กิจการท่องเที่ยวต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม) นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่กระทรวงแรงงานระบุ (ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจที่ทำงานในเวลา สถานที่ ประเภทของงาน และสถานการณ์พิเศษ) โดยสามารถปรับวันหยุดชดเชยได้ทุก 7 วัน แต่จะยังคงสิทธิ์ในการหยุดเสาร์ อาทิตย์ หากบริษัทใดต้องการปรับวันหยุดชดเชย จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสหภาพแรงงานหรือการประชุมแรงงาน ส่วนบริษัทที่มีแรงงาน 30 คนขึ้นไปต้องรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ


6.การทบวันพักร้อน ช่วยให้แรงงานสามารถใช้หยุดพักร้อนได้อย่างสบายๆ
วันพักร้อนประจำปีที่ลาไม่หมด สามารถทบไปลาในปีถัดไปได้ โดยหลังจากทบวันพักร้อนแล้วเวลาคำนวณวันหยุดจะหักจากวันหยุดที่ทบมาก่อน ช่วยให้แรงงานสามารถใช้วันหยุดพักร้อนได้อย่างยืดหยุ่น หยุดยาวต่อเนื่องได้ตามความประสงค์ของตน ส่วนวันพักร้อนที่ลาไม่หมดในปีถัดไป นายจ้างจะต้องให้เงินเดือนตามอัตราเงินค่าจ้าง “ของวันพักร้อนในปีนั้นๆ”

การแก้ไขกฎหมายแรงงานในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสาระสำคัญ 2 ข้อคือ ข้อที่1 ยังคง “4ไม่เปลี่ยน”ในการรักษาสิทธิของแรงงาน ข้อที่2คือ “4ข้อยืดหยุ่น” คือ “ชั่วโมงทำงานคงเดิม” “หยุดเสาร์อาทิตย์คงเดิม” “ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาคงเดิม”และ “ค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลาคงเดิม” อีกทั้งยังคำนึงถึงความต้องการใช้แรงงานจึงได้เพิ่ม “4ข้อยืดหยุ่น” คือ “ทำงานล่วงเวลาได้อย่างยืดหยุ่น” “ลาหยุดชดเชยได้อย่างยืดหยุ่น” “จัดเวลาพักในการผลัดเวรได้อย่างยืดหยุ่น” และ “ลาพักร้อนได้อย่างยืดหยุ่น” เพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับนายจ้าง หากต้องการทราบสิทธิในการทำงานของแรงงาน การฝึกอบรม และช่องทางการหางาน สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของเราใน “หัวข้อหางาน” ช่องทางหางานที่คุณต้องทราบ


แหล่งที่มา:
กระทรวงแรงงาน-การแก้ไขร่างกฎหมายแรงงาน
https://www.mol.gov.tw/topic/34395/
กรมแรงงานเมืองเกาสง-การแก้ไขร่างกฎหมายแรงงาน
http://labor.kcg.gov.tw/LaborRights/modifylaw.htm

Was this information helpful? Yes    No